ขอบอกตรงๆเลยว่ามันใช่สุดๆคะน้องๆ ลองมโนภาพไปว่ามีการบ้านทั้งหมดของสัปดาห์นี้กองท่วมหัวอยู่ตรงหน้าน้องนะ แล้วน้องคิดว่าจะหยิบการบ้านวิชาไหนเป็นสิ่งแรก นั้นเป็นการค้นหาตัวเองจากสิ่งรอบตัว อย่างง่ายวิธี 1 เลยคะ เพราะการบ้านเป็นหน้าที่ที่น้องได้รับมอบหมายไว้และต้องทำให้เสร็จภายในเวลาที่อาจารย์กำหนด ซึ่งตามธรรมชาติของเราแล้วเนี่ยจะเลือกทำสิ่งที่ชอบนั้นเป็นอำดับแรก(หรือไม่จริง?)
ฉะนั้นแล้วการบ้านนั้นก็เป็นอีกวิธีที่สามารถค้นหาตัวเองได้อย่างแน่นอน :3
ข้อ 2 กิจกรรมที่ทำบ่งบอกไลฟไตล์
ข้อนี้ค่อนข้างยากในระดับนึงเพราะน้องๆหลายคนส่วนใหญ่ที่ทำกิจกรรมในโรงเรียน
เพียงเพราะแค่มีส่วนร่วมเล็กๆน้อยๆไม่เท่ากับพี่ๆม.ปลายเขาสักเท่าไหร่ พี่จึงขอแนะนำให้น้องมองไปที่ อาสาสมัครที่น้องสนใจที่จะช่วยเสียมากกว่าคะ หากน้องเห็นค่ายลูกเสือยุวเวลาไปเดินสวนสนามหรือค่ายลูกเสือแล้วต้องการน้องๆไปเป็น ฝ่ายพยาบาลจำเป็น หรือ เป็นฝ่ายเรื่องทำอาหาร ต่างๆแล้ว น้องจะต้องคิดแน่ๆคะว่าจะไปร่วมฝ่ายไหนดี นั้นก็เหมือนน้องๆมาเลือกสายการเรียนนี่แหละคะ หากน้องคนไหนเข้าฝ่ายทำอาหารไลฟไตล์ของน้องที่จะบ่งบอกออกมาก็คือ เป็นคนใจเย็น พิถีพิถัน ใส่ใจรอบคอบ เป็นต้น ซึ่งในไลฟ์ไตล์ในตัวตนน้องนั้นสามารถสานต่อไปถึงสาขาอาชีพในระดับอุดมศึกษาเลยนะ
และมันง่ายต่อการตัดสินใจด้วยว่าน้องๆตั้งใจจะเป็นสิ่งนี้แล้วเนี่ยจะต่อสายไหนดี บางครั้งก็มีน้องๆหลายคนที่ชอบการอาสาสมัครโดยส่วนตัวอยู่แล้ว ช่วยคนนั้นช่วยคนนี้แล้วมันจะบ่งบอกได้ยังไงหล่ะ? 555555 สิ่งที่น้องๆชอบมันจะทำให้น้องๆเพลิดเพลินไปกับมันจนไม่รู้ตัวเลยคะ ก็เหมือนคนเราเวลาได้ทำอะไรที่ชอบแล้วมันจะทำสิ่งนั้นไปเรื่อยๆจนกว่าสิ่งนั้นจะหายไปหรือไม่มีอีกต่อไป น้องๆก็หยิบประเด็นความชอบนั้นมาตีความหมายด้านไลฟ์ไตล์พร้อมค้นหาตัวตนได้นั้นเอง
ฉะนั้นหากว่าใครเริ่มเข้าค่ายยุวลูกเสือแล้วลองไปทำดูนะคะเผื่อว่าสิ่งที่ใช่ของน้องๆกำลังรอให้ไปค้นหาอยู่
ข้อ 3 อ่านสะสิ.... บางครั้งชีวิตก็เลือกไม่ได้นะ
น้องๆหลายๆคนพี่เชื่อว่าต้องมีอุปสรรคด้านการเงินเป็นบางส่วนแน่ๆ จึงแนะนำว่าให้น้องลองสนใจมาอ่านเกี่ยวกับตลาดแรงงานให้มากๆนะคะ ซึ้งมันสามารถทำให้น้องได้มาซึ่งเงินที่ตอบแทนมานั้นเอง ไม่ใช่ว่าพี่แนะนำให้น้องไปสมัครงานแล้วไม่เรียนนะ5555 แค่อยากให้น้องมีความรู้เรื่องแรงงานตลาดอาชีพสักนิดเผื่อฝันที่น้องใฝ่มันไกลมากแล้วน้องก็ควรที่จะเข้าหาความจริงแล้วก้าวต่อไปเท่านั้นคะ นี่ก็เป็นข้อที่แทบอาจจะทำให้น้องหลายๆคนจิตตดไปถึงตาตุ่มเลยก็ว่าได้ แต่ที่ต้องให้ข้อมูลแบบนี้ไปเพื่อให้น้องนั้นอยู่ในความเป็นจริงได้มากที่สุดเพราะ พี่ก็เห็นใครหลายคนที่เขาหวังสิ้นกับความหวังนั้นแล้วแถมได้แต่โทษตัวเองซ้ำไปซ้ำมา พี่จึงเอาประสบการณ์ที่ได้เจอมาให้น้องๆได้อ่านและคิดทบทวนให้ดีคะ
ถึงจะดูดราม่าไปนิดแต่ยังไงก็คือความจริงไม่มีใครเปลี่ยนไปได้คะ
ข้อสุดท้ายยยยยย 4 คุยกับตัวเองสักตั้ง!
คงสงสัยใช่มั้ยว่าจะคุยกับตัวเองยังไงดีง่ายๆคะมันมี 4 step ดังนี้
step แรก หากระดาษมาคะ!!! เตรียมมา 2-3 แผ่นเพราะน้องๆจะได้มาสรุปและ วางแผนคะ อย่าลืมดินสอด้วยนะ เดี๋ยวจะไม่มีอะไรเขียน
กระดาษอะไรก็ได้สักแผ่นมาวางไว้ตรงหน้าเราเลยคะ
step ที่สอง!! ตีเส้นกลางหน้ากระดาษไว้เลยจ้าาา พร้อมเขียนหัวข้อตามหัวว่า สิ่งที่ชอบและความจริง
step ที่สาม เขียนของที่ชอบต่างๆไม่ว่าจะเรื่อง เรียน กิจกรรม ของกิน ไว้ในช่อง "สิ่งที่ชอบ" และสิ่งนั้นต้องสอดคล้องกับ "ความจริง" ด้วย แต่หากไม่มีสิ่งที่สอดคล้องก็เว้นเอาไว้ เช่น
stepที่ 4 เลือกสิ่งที่ชอบพร้อมสอดคล้องกับความจริงในทางด้านบวกมาแล้วเขียนเชื่อมโยงกันให้ได้มาซึ่งบทสรุปในการตัดสินใจนั้นเอง
จบไปแล้วนะคะสำหรับแนะแนวการตัดสิรใจเลือกสายที่ตนเองคิดว่าใช่กัน พี่หวังว่าแนวทางที่แนะไปจะทำให้น้องๆมีความสุขกับการเรียนในระดับทั้งสายสามัญและสายอาชีพด้วยนะคะ





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น